→ การพิมพ์ภาษา.........วัยรุ่นเดี๋ยวนี้มองภาษา "แอ๊บแบ๊ว" เป็นภาษาที่กิ๊ฟเก๋.......แต่มันจะติดเป็นนิสัย และจะลืมความเป็น"ไทย"ในที่สุด เราเป็นคนไทยควรจะพิมพ์ ภาษาไทยให้ถูกต้อง ไม่ใช่แค่ว่าฉันพิมพ์ผิด แต่นี่ฉันตั้งใจให้มันผิด และผิดหลักไวยกรณ์ ที่เห็นๆ เช่นคำว่า "กรรม" เราติดนิสัย จนพิมพ์กันเป็นประจำว่า "กำ" มันความหมายคนละอย่างกัน กับอีกแค่ ร.เรือ 2 ตัวมันคงไม่ทำให้เราเสียเวลาอะไรนักหนา ฉะนั้น เราเป็นคนไทย ไม่ใช่แรงงาน พม่า ช่วยรณรงค์พิมพ์ไทยให้ถูกต้องกันหน่อยก็ดี ตอนนี้เกมส์เซิร์ฟเวอร์จริง บางเกมส์ของไทย อย่าง"แรนออนไลน์" เริ่มใช้ระบบ ให้ผู้เล่นพิมม์ให้ถูกหลักไวยกรณ์กันบ้างแล้ว เพราะห่วงว่า ภาษาที่พ่อขุนราม ท่านคิดประดิษฐ์มาให้คนไทยใช้ มาจะถึงปัจุบัน มันจะถูกกลืนหายไปด้วยภาษา "แอ๊บแบ๊ว" เพราะความต้องการแค่คำว่า "ง่าย" ของคนพิมพ์เจอใครพิมพ์ก็ถามสวนไปเลย....ว่า "นายเป็นแรงงานพม่า หรือ? คนไทยรึเปล่า?" เอาให้มันอายไปเลย 55+ ตลกไหมนี่
คำอุทาน คือ คำที่เปล่งออกมาเพื่อแสดงอารมณ์หรือความรู้สึกของผู้พูด มักจะเป็นคำที่ไม่มีความหมาย แต่เน้นความรู้สึกและอารมณ์ของผู้พูด เสียงที่เปล่งออกมาเป็นคำอุทานนี้ แบ่งเป็น 3 ลักษณะ ได้แก่ 1.เป็นคำ เช่น โอ๊ย ว้าย แหม โถ เป็นต้น
2.เป็นวลี เช่น พุทโธ่เอ๋ย คุณพระช่วย ตายละว้า เป็นต้น
3.เป็นประโยค เช่น ไฟไหม้เจ้าข้า ป้าถูกรถชน เป็นต้น
คำอุทานแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ
1.อุทานบอกอาการ ใช้เปล่งเสียงเพื่อบอกอาการและความรู้สึกต่างๆของผู้พูด เช่น
- ร้องเรียก หรือบอกเพื่อให้รู้สึกตัว เช่น แน่น เฮ้ โว้ย เป็นต้น
- โกรธเคือง เช่น ชิชะ ดูดู๋ เป็นต้น
- ตกใจ เช่น ตายจริง ว้าย เป็นต้น
- สงสาร เช่น อนิจจา โถ เป็นต้น
- โล่งใจ เช่น เฮ้อ เฮอ เป็นต้น
- ขุ่นเคือง เช่น อุวะ แล้วกัน เป็นต้น
- ทักท้วง เช่น ฮ้า ไฮ้ เป็นต้น
- เยาะเย้ย เช่น หนอย ชะ เป็นต้น
- ประหม่า เช่น เอ้อ อ้า เป็นต้น
- ชักชวน เช่น นะ น่า เป็นต้น2.อุทานเสริมบท คือ คำพูดเสริมขึ้นมาโดยไม่มีความหมาย อาจอยู่หน้าคำ หลังคำหรือแทรกกลางคำ เพื่อเน้นความหมายของคำที่จะพูดให้ชัดเจนขึ้น เช่น อาบน้ำอาบท่า ลืมหูลืมตา กินน้ำกินท่า ถ้าเนื้อความมีความหมายในทางเดียวกัน เช่น ไม่ดูไม่แล ร้องรำทำเพลง เราเรียกคำเหล่านี้ว่า คำซ้อน 
คำสันธาน คือ คำที่ทำหน้าที่เชื่อมคำกับคำ เชื่อมประโยคกับประโยค เชื่อมข้อความกับข้อความ หรือข้อความให้สละสลวยคำสันธานมี 4 ชนิด ดังนี้1.เชื่อมใจความที่คล้อยตามกัน ได้แก่คำว่า กับ และ , ทั้ง…และ , ทั้ง…ก็ , ครั้น…ก็ , ครั้น…จึง , พอ…ก็2.เชื่อมใจความที่ขัดแย้งกัน ได้แก่คำว่า แต่ , แต่ว่า , ถึง…ก็ , กว่า…ก็3.เชื่อมใจความเป็นเหตุเป็นผลกัน ได้แก่คำว่า จึง , เพราะ…จึง , เพราะฉะนั้น…จึง4.เชื่อมใจความให้เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ได้แก่คำว่า หรือ , หรือไม่ก็ , ไม่เช่นนั้น , มิฉะนั้น
หน้าที่ของคำสันธาน
1.เชื่อมคำกับคำ2.เชื่อมข้อความ 3.เชื่อมประโยคกับประโยค 4.เชื่อมความให้สละสลวย